คำถาม ที่พบบ่อย
ค้นหาคำตอบสำหรับคำถามทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย
การขอสินเชื่อกับ Liberix จำเป็นต้องมีสินทรัพย์ดิจิทัลที่รองรับสำหรับใช้เป็นหลักประกันเท่านั้น และไม่สามารถนำสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ มาใช้เป็นหลักประกันได้
การขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นการขายขาด ในทางกลับกัน การขอสินเชื่อโดยใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกันทำให้ผู้ขอสินเชื่อยังคงเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นตลอดระยะเวลาสัญญา อย่างไรก็ตาม ผู้ขอสินเชื่อควรรับทราบว่ามูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง และอาจส่งผลต่อสถานะหลักประกันในระหว่างระยะเวลาสัญญา
การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ ผู้ขอสินเชื่อควรศึกษาและทำความเข้าใจเงื่อนไข ความเสี่ยง และผลที่อาจเกิดขึ้นอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
Liberix ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
โปรดกู้ยืมเท่าที่จำเป็นและอยู่ในระดับที่สามารถชำระคืนได้ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงจากความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เสมอ
Liberix เป็นบริการสินเชื่อที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลนำสินทรัพย์ที่มีอยู่มาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อขอสินเชื่อเงินสดในสกุลเงินบาทโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ออกไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องในระยะสั้น และยังคงต้องการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป
ผู้ขอสินเชื่อต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อดังต่อไปนี้
- อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- มีสินทรัพย์ดิจิทัลที่รองรับการใช้เป็นหลักประกัน เช่น BTC, ETH, BNB หรือสินทรัพย์อื่นตามรายการที่กำหนด
- ผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตน (KYC) ตามที่บริษัทกำหนด
- รับทราบและยอมรับเงื่อนไขสินเชื่อ รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
สินเชื่อของ Liberix มีเงื่อนไขหลักดังต่อไปนี้
- อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.25% ต่อเดือน (15% ต่อปี ซึ่งอยู่ภายใต้อัตราตามที่กฎหมายกำหนด)
- ระยะเวลาสินเชื่อ 1-12 เดือน
- วงเงินขั้นต่ำ 500 บาท (อาจแตกต่างกันตามสกุลสินทรัพย์และระยะเวลาที่เลือก)
- สินเชื่อไม่เกิน 500,000 บาท หรือ KYC ระดับที่ 1 สามารถดำเนินการผ่านระบบได้ทันที
- สินเชื่อตั้งแต่ 500,001-2,000,000 บาท หรือ KYC ระดับที่ 2 ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อขอเพิ่มระดับวงเงิน (Tier Upgrade)
- สินเชื่อเกิน 2,000,000 บาท หรือ KYC ระดับที่ 3 อยู่ในดุลยพินิจของบริษัท และดำเนินการเป็นรายกรณี
สินทรัพย์ที่รองรับในปัจจุบัน ได้แก่
- ADA (Network: ADA)
- BNB (Network: BSC)
- BTC (Network: BTC)
- DOT (Network: DOT)
- ETH (Network: ERC20 & Network: OP)
- POL (Network: MATIC)
- SOL (Network: SOL)
- TRX (Network: TRX)
- DOGE (Network: DOGE)
- SUI (Network: SUI)
- XRP (Network: XRP)
- XAUT (Network: ERC20)
- KUB (Network: KUB Mainnet)
- USDC* (Network: ETH)
- USDT* (Network: ARB/ BSC/ ETH/ TON)
ทั้งนี้ USDC และ USDT รองรับเฉพาะลูกค้าที่ผ่านการ KYC ระดับที่ 3 เท่านั้น และรายการสินทรัพย์อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดในระบบก่อนดำเนินการ
โดยทั่วไปกระบวนการ KYC ใช้เวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมง นับจากวันที่ส่งเอกสารครบถ้วน หากพ้นกำหนด 48 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้รับการอนุมัติ กรุณาตรวจสอบอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ เนื่องจากทางบริษัทอาจส่งข้อมูลเพื่อชี้แจงรายละเอียด หรือขอเอกสารประกอบเพิ่มเติม
นอกจากเอกสารพื้นฐาน 3 รายการ (หนังสือเดินทาง / เซลฟี่คู่หนังสือเดินทาง / บัญชีธนาคาร) แล้ว ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม 2 ฉบับจาก 5 หมวดหมู่ดังนี้
- หมวด 1: ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- หมวด 2: เอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
- หมวด 3: วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa หรือ Smart VISA)
- หมวด 4: เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทยหรือรัฐเจ้าของสัญชาติ
- หมวด 5: หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา (สำหรับนักศึกษาเท่านั้น ต้องระบุชื่อ-สกุลชัดเจน)
เอกสารที่จำเป็นมีดังนี้
- ภาพถ่ายบัตรประชาชนที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน (ห้ามเป็นสำเนาหรือภาพหน้าจอ)
- ภาพเซลฟี่คู่กับบัตรประชาชน โดยต้องเห็นใบหน้าและข้อมูลบนบัตรอย่างชัดเจน
- ภาพหน้าสมุดบัญชีธนาคารหรือบัญชีออนไลน์ที่แสดงชื่อและเลขบัญชีชัดเจน (ห้ามเป็นสำเนาหรือภาพหน้าจอ)
ขั้นตอนการสมัครบัญชีมีดังนี้
- เข้าสู่หน้าสมัครสมาชิกที่ https://app.liberix.com
- กรอกอีเมลและตั้งรหัสผ่านสำหรับบัญชี Liberix
- อ่านและยืนยันการยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน
- กรอกข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น และดำเนินการยืนยันตัวตน (KYC) ตามขั้นตอนที่กำหนด
ระบบจะตัดรอบการโอนเงิน 3 รอบต่อวัน ได้แก่ เวลา 11:00, 16:00 และ 21:00 น.
โดยทั่วไปการโอนจะดำเนินการภายใน 1 ชั่วโมงหลังเวลาตัดรอบ ทั้งนี้ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณการทำธุรกรรมในช่วงเวลานั้น ๆ
- วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์): หากดำเนินการก่อน 21:00 น. จะได้รับเงินภายในวันเดียวกัน
- วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: หากดำเนินการก่อน 17:00 น. จะได้รับเงินภายใน 18:00 น. ของวันนั้น
ระบบจะแสดงตัวเลือก 2 ทาง ได้แก่
(1) ใช้สินทรัพย์ที่ฝากมาเพื่อคำนวณเป็นวงเงินสินเชื่อใหม่ที่สอดคล้องกับจำนวนที่มี
(2) ฝากสินทรัพย์เพิ่มให้ครบตามจำนวนในสัญญาเดิม
หากไม่ดำเนินการตามทางเลือกใดภายใน 1 ชั่วโมง ระบบจะยกเลิกคำขอสินเชื่อ และสินทรัพย์ที่ฝากไว้เป็นหลักประกันจะยังคงอยู่ใน Wallet ของ Liberix จนกว่าจะดำเนินการถอนคืนไปยังกระเป๋าของผู้ใช้บริการ
ขั้นตอนการขอสินเชื่อมีดังนี้
- เข้าสู่ระบบบัญชี Liberix และคลิกปุ่ม "ดำเนินการขอสินเชื่อ" (Request Loan)
- เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการใช้เป็นหลักประกัน ระบุระยะเวลาที่ต้องการขอกู้ อัตราส่วน LTV และจำนวนเงินที่ต้องการกู้
- ตรวจสอบรายละเอียดสัญญาสินเชื่ออย่างละเอียด เช่น อัตราดอกเบี้ย มูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกัน อัตราส่วน LTV ฯลฯ
- ระบบสร้างสัญญาสินเชื่ออิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ กรุณาอ่านให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการต่อ
- ยืนยันการลงนามสัญญาผ่านรหัส OTP ที่ส่งไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้
- ฝากสินทรัพย์หลักประกันตามที่อยู่กระเป๋า (Wallet Address) หรือ QR Code ที่ระบบแสดง
การเลือก LTV ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงของผู้ขอสินเชื่อแต่ละราย การเลือก LTV ที่สูง (เช่น 70%) ช่วยให้ได้วงเงินสูงโดยใช้หลักประกันน้อยลง แต่มีความเสี่ยงที่จะถูก Liquidate มากขึ้นเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง แต่การเลือก LTV ที่ต่ำ (เช่น 30%) จำเป็นต้องวางหลักประกันมากกว่า แต่จะมีระยะห่างจากจุด Liquidate มากกว่า ดังนั้นผู้ใช้บริการควรประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนก่อนตัดสินใจเลือก LTV
LTV (Loan-to-Value) คืออัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินสินเชื่อที่ขอกับมูลค่าตลาดปัจจุบันของสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน
Liberix เปิดให้เลือก LTV ได้ตั้งแต่ 30%-70% ตัวอย่างเช่น หากเลือก LTV 70% และมีหลักประกันมูลค่า 100,000 บาท วงเงินสินเชื่อสูงสุดคือ 70,000 บาท
การ Liquidate หมายความว่าบริษัทจะขายสินทรัพย์หลักประกันของผู้ขอสินเชื่อเพื่อชำระหนี้คงค้าง
ระบบจะดำเนินการโดยอัตโนมัติตามราคาตลาดจริง ณ ขณะนั้น และไม่สามารถรับประกันมูลค่าคงเหลือได้
ระบบจะขายสินทรัพย์หลักประกันเฉพาะส่วนที่จำเป็นเพื่อชำระยอดสินเชื่อคงค้าง และสัญญาจะถือว่าสิ้นสุดโดยสมบูรณ์ ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับดอกเบี้ยที่ชำระไปแล้วและส่วนต่างที่เหลือหลังจากหักยอดหนี้คงค้าง (หากมี) โอนคืนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ภายใน 1 วันทำการ ทั้งนี้ บริษัทจะจัดส่งอีเมลยืนยันพร้อมรายละเอียดการคำนวณอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบได้
ระดับที่จะถูก Liquidate จะขึ้นอยู่กับ LTV ที่เลือกไว้ โดยระบบอาจเผื่อส่วนต่าง 5% สำหรับ Slippage ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนของราคาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการส่งคำสั่งขายในตลาดที่มีความผันผวนสูง ทำให้จุด Liquidate จริงอยู่ต่ำกว่า LTV ที่เลือกอยู่ประมาณ 5% เสมอ ตัวอย่างเช่น
- LTV 70%: อาจถูก Liquidate เมื่อราคาสินทรัพย์ลดลงประมาณ 25% จากมูลค่า ณ วันทำสัญญา
- LTV 60%: อาจถูก Liquidate เมื่อราคาสินทรัพย์ลดลงประมาณ 35% จากมูลค่า ณ วันทำสัญญา
ระบบบริหารความเสี่ยงแบบ Real-Time และยึดราคาตลาดจริง ณ ขณะนั้นในการ Liquidate โดยไม่สามารถพิจารณาได้ว่าการลดลงของราคาเป็นเพียงชั่วคราวหรือต่อเนื่อง
ระบบจะส่งการแจ้งเตือนทางอีเมล โดยประกอบด้วยการแจ้งเตือน 3 ระดับความเสี่ยง ได้แก่
- การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่ำ
- การแจ้งเตือนความเสี่ยงปานกลาง
- การแจ้งเตือนความเสี่ยงสูงสุด (ถือเป็นการแจ้งเตือนครั้งสุดท้าย ก่อนการบังคับขายหลักประกัน)
เมื่อสุขภาพสินเชื่อลดลงถึงระดับความเสี่ยงที่กำหนด ผู้ขอสินเชื่อสามารถเพิ่มหลักประกัน (Top-Up) เพื่อลดความเสี่ยงในการถูก Liquidate หรือ การบังคับขายหลักประกันได้ ทั้งนี้ กรุณาติดตามสถานะสินเชื่อในระบบอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรรอจนถึงขั้นได้รับการแจ้งเตือน เนื่องจากราคาสินทรัพย์มีความผันผวนสูงจึงอาจส่งผลให้ผู้ขอสินเชื่อไม่สามารถเพิ่มหลักประกันได้ทัน
Liberix แนะนำให้รักษาสุขภาพสินเชื่อไว้ที่ระดับประมาณ 75% เพื่อให้มีระยะห่างจากจุด Liquidate เพียงพอจากความผันผวน อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่เกิดการ Liquidate เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการ Liquidate จะเป็นไปตามเงื่อนไขและระดับความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบได้ในขั้นตอนการขอสินเชื่อ
สำหรับจำนวนที่เหมาะสมในการ Top-Up ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงของแต่ละราย โดยระบบจะแสดงตัวเลขคำนวณช่วยอ้างอิงประกอบการตัดสินใจ
ขั้นตอนการ Top-Up มีดังนี้
- ไปที่หน้าสินเชื่อที่ต้องการ Top-Up และคลิกปุ่ม "วางหลักค้ำประกันเพิ่ม"
- ระบบแสดงสถานะสุขภาพสินเชื่อปัจจุบันและตารางคำนวณเพื่อประกอบการตัดสินใจ
- ระบุจำนวนสินทรัพย์ที่ต้องการเพิ่ม จากนั้นยืนยันเงื่อนไข
- ฝากสินทรัพย์ตาม QR Code ที่ระบบแสดง โดยทั่วไประบบจะยืนยันสถานะภายใน 1-3 ชั่วโมง ซึ่งอาจนานกว่านั้นในช่วงที่มีปริมาณธุรกรรมสูง
- ไปที่หน้า Loan Card ของสินเชื่อที่ต้องการต่ออายุ
- คลิกปุ่ม “ต่ออายุ” และเลือกระยะเวลาที่ต้องการต่ออายุ
- ระบบจะแสดงสรุปรายละเอียด เช่น ระยะเวลาที่ต่อเพิ่ม ดอกเบี้ยที่ต้องชำระเพิ่มเติม ฯลฯ
- โอนเงินตามบัญชีที่ระบบแสดง และอัปโหลดหลักฐานการชำระ
- เมื่อระบบตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย ระบบจะ “ทำสัญญาใหม่” เพื่อแทนสัญญาเดิม
การชำระคืนเป็นแบบ "ครั้งเดียวเต็มจำนวน" ณ วันสิ้นสุดสัญญา จะไม่มีการผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน โดยระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันครบกำหนด
- ไปที่หน้า "รายละเอียดสินเชื่อ" ของสัญญาที่ต้องการชำระ
- คลิกปุ่ม "ชำระเงิน" และตรวจสอบรายละเอียดยอดชำระ
- โอนเงินตามบัญชีที่ระบบแสดง และอัปโหลดหลักฐานการชำระ
- ระบบตรวจสอบยอดเงินและส่งอีเมลยืนยัน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง
- เมื่อการตรวจสอบสำเร็จ ระบบจะปลดล็อกสินทรัพย์หลักประกัน และสามารถถอนคืนได้ผ่านเมนู Wallet
สามารถขอขยายได้ครั้งละ 1-3 เดือน และไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อสัญญา โดยต้องชำระดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับช่วงเวลาที่ขยาย และระบบจะออกสัญญาใหม่แทนสัญญาเดิม
โปรดทราบว่าการขอขยายสินเชื่อจำเป็นต้องดำเนินการก่อนวันครบกำหนดของสัญญาปัจจุบันเท่านั้น โดยวันที่เริ่มสัญญาใหม่จะนับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดสัญญาเดิม
สามารถชำระก่อนกำหนดได้ โดยปุ่มชำระล่วงหน้าจะปรากฏในระบบหลังจากครบ 14 วันนับจากวันที่ทำสัญญา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดอกเบี้ยถูกหักล่วงหน้าตั้งแต่ต้น ดอกเบี้ยที่ชำระไปแล้วจะไม่ได้รับการคืน การชำระก่อนกำหนดจึงอาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยต่อเดือนสูงกว่าที่ควร
ระบบจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดรายวันตามอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือนตามที่ระบุในสัญญาสินเชื่อ ตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดไปสูงสุด 30 วัน หากพ้น 30 วันแล้วยังไม่มีการชำระ บริษัทจะดำเนินการขายสินทรัพย์หลักประกันโดยอัตโนมัติเพื่อชำระหนี้คงค้าง สำหรับสินทรัพย์ที่เหลือหลังหักชำระหนี้ (หากมี) จะถูกปลดล็อกและสามารถถอนคืนได้ภายใน 7 วันทำการ
ขั้นตอนการถอนสินทรัพย์มีดังนี้
- ไปที่หน้า Wallet ในบัญชี Liberix และคลิกปุ่ม "ถอน" (Withdraw)
- เลือกสกุลสินทรัพย์ที่ต้องการถอนจากรายการ
- ระบุที่อยู่กระเป๋าปลายทาง (Recipient Wallet Address)
- ระบุจำนวนที่ต้องการถอน โดยต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนขั้นต่ำของสินทรัพย์นั้น
- ยืนยันธุรกรรมผ่านรหัส OTP ทางอีเมล และการยืนยัน 2 ขั้นตอน (2FA)
Liberix ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อ ซึ่งอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการกู้ยืม โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปีตามที่กฎหมายกำหนด และบริษัทไม่ได้ประกอบธุรกิจในฐานะศูนย์ซื้อขายหรือนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล จึงไม่อยู่ในขอบข่ายที่ต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ในกระบวนการ KYC ทางบริษัทมีการตรวจสอบกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก่อนการอนุมัติทุกครั้ง
Liberix ใช้บริการผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (Custodian) ที่ได้รับใบอนุญาตในฮ่องกง ในการจัดเก็บหลักประกันของผู้ใช้บริการ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โดยบริษัทไม่มีสิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์ของผู้ใช้บริการ ยกเว้นตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ทั้งนี้ผู้ใช้บริการควรศึกษาเงื่อนไขในสัญญาอย่างครบถ้วน